ความรู้ | การคลอดโดยไม่ตัดสายสะดือปลอดภัยหรือไม่? (Lotus Birth)
Lotus Birth คือการไม่ตัดสายสะดือหลังคลอด โดยปล่อยให้ทารกยังเชื่อมกับรกจนสายสะดือหลุดเองตามธรรมชาติ ซึ่งมักใช้เวลา 5 ถึง 15 วัน และต้องดูแลรกอย่างเหมาะสมในช่วงนี้ ความปลอดภัยของวิธีดังกล่าวยังเป็นที่ถกเถียง
ประโยชน์ที่อาจเป็นไปได้ของ Lotus Birth
ปัจจุบันยังมีงานวิจัยไม่เพียงพอและวงการแพทย์ไม่แนะนำ Lotus Birth แต่ผู้สนับสนุนเสนอว่าอาจมีประโยชน์หลายประการ โดยให้เหตุผลว่ารกและทารกมีต้นกำเนิดจากเนื้อเยื่อเดียวกัน การชะลอการตัดสายสะดือจึงอาจเสริมภูมิคุ้มกัน เพิ่มออกซิเจน และช่วยให้ทารกสงบขึ้น
งานวิจัยที่มีอยู่พบว่าการหนีบสายสะดือล่าช้า ซึ่งมักทำในช่วง 30 วินาทีถึง 2 นาทีหลังคลอด ช่วยเพิ่มปริมาตรเลือดของทารกแรกเกิด มีการเสนอว่า Lotus Birth อาจให้ประโยชน์คล้ายกัน แต่สมมติฐานนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันทางวิทยาศาสตร์
ความเสี่ยงของ Lotus Birth
เมื่อรกและสายสะดือออกจากร่างกายมารดา เลือดจะไม่ไหลเวียนผ่านอีกและเนื้อเยื่อจะตายอย่างรวดเร็ว ทำให้รกติดเชื้อได้ง่ายมากและอาจทำให้ทารกเสี่ยงไปด้วย
ยังไม่มีวิธีมาตรฐานในการเก็บหรือดูแลรก บางครอบครัวใส่รกไว้ในถุง บางครอบครัววางให้สัมผัสอากาศ และบางครอบครัวใช้สมุนไพรหรือน้ำมันหอมระเหย วิธีเหล่านี้ไม่มีหลักฐานวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับ และประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ยาก
ข้อควรคำนึงในการดูแลรก
หากเลือก Lotus Birth ต้องดูแลเป็นพิเศษระหว่างที่รกยังเชื่อมกับทารก:
เสื้อผ้า: ให้ทารกสวมเสื้อผ้าหลวมที่ไม่รบกวนสายสะดือ
ตำแหน่ง: วางรกไว้ข้างทารกเพื่อป้องกันการดึงหรือรั้ง
การดูแลประจำวัน: ระวังสายสะดืออย่างใกล้ชิดขณะให้นม อุ้ม หรือสัมผัสทารก
การป้องกันการติดเชื้อ: ตรวจสายสะดือและรกเพื่อหาสัญญาณติดเชื้อ และป้องกันไม่ให้สายสะดือหลุดโดยไม่ตั้งใจ
หากต้องการตัดสายสะดือในภายหลัง ให้ขอความช่วยเหลือจากบุคลากรทางการแพทย์ อย่าตัดเองหรือดึงสายสะดือให้ขาด
เมื่อใดควรไปพบแพทย์
แม้ไม่พบปัญหาชัดเจน ควรจัดให้ทารกได้รับการตรวจสุขภาพภายใน 1 ถึง 3 วันหลังคลอด และไปพบแพทย์ทันทีหากเกิดอาการต่อไปนี้:
บริเวณรอบสายสะดือแดง บวม หรืออุ่น;
อุณหภูมิสูงกว่า 100.4°F (ประมาณ 38°C);
กินนมผิดปกติ (กินนมน้อยกว่า 8 ถึง 12 มื้อและถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งภายใน 3 วัน);
รูปแบบการนอนผิดปกติหรือปลุกทารกให้ตื่นได้ยาก;
รกได้รับความเสียหาย
Lotus Birth ยังไม่ได้รับการศึกษาอย่างเพียงพอ ครอบครัวที่เลือกวิธีนี้จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของทารกแรกเกิดยังพัฒนาไม่เต็มที่ ปัญหาสุขภาพจึงอาจส่งผลรุนแรงกว่า
ที่มา:
รวบรวมจากอินเทอร์เน็ต
เมื่อส่งแบบฟอร์ม คุณยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อให้เราประมวลผลข้อมูลติดต่อและข้อมูลคำปรึกษาที่คุณให้ไว้ และยอมรับ ข้อกำหนดในการให้บริการ และยินยอมให้เราติดต่อคุณเกี่ยวกับการสอบถามนี้
ความรู้ | การคลอดโดยไม่ตัดสายสะดือปลอดภัยหรือไม่? (Lotus Birth)
ความรู้ | การคลอดโดยไม่ตัดสายสะดือปลอดภัยหรือไม่? (Lotus Birth)
Lotus Birth คือการไม่ตัดสายสะดือหลังคลอด โดยปล่อยให้ทารกยังเชื่อมกับรกจนสายสะดือหลุดเองตามธรรมชาติ ซึ่งมักใช้เวลา 5 ถึง 15 วัน และต้องดูแลรกอย่างเหมาะสมในช่วงนี้ ความปลอดภัยของวิธีดังกล่าวยังเป็นที่ถกเถียง
ประโยชน์ที่อาจเป็นไปได้ของ Lotus Birth
ปัจจุบันยังมีงานวิจัยไม่เพียงพอและวงการแพทย์ไม่แนะนำ Lotus Birth แต่ผู้สนับสนุนเสนอว่าอาจมีประโยชน์หลายประการ โดยให้เหตุผลว่ารกและทารกมีต้นกำเนิดจากเนื้อเยื่อเดียวกัน การชะลอการตัดสายสะดือจึงอาจเสริมภูมิคุ้มกัน เพิ่มออกซิเจน และช่วยให้ทารกสงบขึ้น
งานวิจัยที่มีอยู่พบว่าการหนีบสายสะดือล่าช้า ซึ่งมักทำในช่วง 30 วินาทีถึง 2 นาทีหลังคลอด ช่วยเพิ่มปริมาตรเลือดของทารกแรกเกิด มีการเสนอว่า Lotus Birth อาจให้ประโยชน์คล้ายกัน แต่สมมติฐานนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันทางวิทยาศาสตร์
ความเสี่ยงของ Lotus Birth
เมื่อรกและสายสะดือออกจากร่างกายมารดา เลือดจะไม่ไหลเวียนผ่านอีกและเนื้อเยื่อจะตายอย่างรวดเร็ว ทำให้รกติดเชื้อได้ง่ายมากและอาจทำให้ทารกเสี่ยงไปด้วย
ยังไม่มีวิธีมาตรฐานในการเก็บหรือดูแลรก บางครอบครัวใส่รกไว้ในถุง บางครอบครัววางให้สัมผัสอากาศ และบางครอบครัวใช้สมุนไพรหรือน้ำมันหอมระเหย วิธีเหล่านี้ไม่มีหลักฐานวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับ และประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ยาก
ข้อควรคำนึงในการดูแลรก
หากเลือก Lotus Birth ต้องดูแลเป็นพิเศษระหว่างที่รกยังเชื่อมกับทารก:
เสื้อผ้า: ให้ทารกสวมเสื้อผ้าหลวมที่ไม่รบกวนสายสะดือ
ตำแหน่ง: วางรกไว้ข้างทารกเพื่อป้องกันการดึงหรือรั้ง
การดูแลประจำวัน: ระวังสายสะดืออย่างใกล้ชิดขณะให้นม อุ้ม หรือสัมผัสทารก
การป้องกันการติดเชื้อ: ตรวจสายสะดือและรกเพื่อหาสัญญาณติดเชื้อ และป้องกันไม่ให้สายสะดือหลุดโดยไม่ตั้งใจ
หากต้องการตัดสายสะดือในภายหลัง ให้ขอความช่วยเหลือจากบุคลากรทางการแพทย์ อย่าตัดเองหรือดึงสายสะดือให้ขาด
เมื่อใดควรไปพบแพทย์
แม้ไม่พบปัญหาชัดเจน ควรจัดให้ทารกได้รับการตรวจสุขภาพภายใน 1 ถึง 3 วันหลังคลอด และไปพบแพทย์ทันทีหากเกิดอาการต่อไปนี้:
บริเวณรอบสายสะดือแดง บวม หรืออุ่น;
อุณหภูมิสูงกว่า 100.4°F (ประมาณ 38°C);
กินนมผิดปกติ (กินนมน้อยกว่า 8 ถึง 12 มื้อและถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งภายใน 3 วัน);
รูปแบบการนอนผิดปกติหรือปลุกทารกให้ตื่นได้ยาก;
รกได้รับความเสียหาย
Lotus Birth ยังไม่ได้รับการศึกษาอย่างเพียงพอ ครอบครัวที่เลือกวิธีนี้จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของทารกแรกเกิดยังพัฒนาไม่เต็มที่ ปัญหาสุขภาพจึงอาจส่งผลรุนแรงกว่า
ที่มา:
รวบรวมจากอินเทอร์เน็ต