คู่มือ | การผสมน้ำยาฟอกขาวกับปัสสาวะตรวจการตั้งครรภ์ได้แม่นยำหรือไม่?
ชุดตรวจการตั้งครรภ์ที่บ้านเป็นวิธีทั่วไปในการตรวจว่าตั้งครรภ์หรือไม่ แม้ชุดตรวจที่เชื่อถือได้จะหาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายยา แต่ผู้หญิงบางคนใช้วิธีทำเองที่บ้าน รวมถึงการทดสอบด้วยน้ำยาฟอกขาว แม้วิธีนี้เป็นที่นิยม แต่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับความแม่นยำหรือประสิทธิผล
การทดสอบการตั้งครรภ์ด้วยน้ำยาฟอกขาวคืออะไร?
ชุดตรวจการตั้งครรภ์ตรวจหาฮอร์โมนฮิวแมนคอริโอนิกโกนาโดโทรปิน (hCG) ในปัสสาวะ ร่างกายจะสร้างฮอร์โมนนี้หลังเริ่มตั้งครรภ์โดยมีรกช่วยสร้าง การทดสอบด้วยน้ำยาฟอกขาวอ้างว่าสามารถตรวจการตั้งครรภ์ได้โดยผสมปัสสาวะกับน้ำยาฟอกขาวที่ใช้ในครัวเรือน
วิธีทดสอบการตั้งครรภ์ด้วยน้ำยาฟอกขาว
วิธีนี้ต้องใช้น้ำยาฟอกขาวในครัวเรือนที่ไม่มีแอมโมเนีย ตัวอย่างปัสสาวะสด และถ้วยสองใบที่ติดป้าย “A” และ “B”
ขั้นตอนมีดังนี้:
เติมปัสสาวะลงในถ้วย “A” ประมาณหนึ่งในสี่ของถ้วย
เติมน้ำยาฟอกขาวลงในถ้วย “B” ประมาณหนึ่งในสี่ของถ้วย
ค่อย ๆ เทน้ำยาฟอกขาวลงในปัสสาวะ
รอหลายนาทีและสังเกตปฏิกิริยา
ผู้สนับสนุนวิธีนี้อ้างว่าการเกิดฟองหมายถึงตั้งครรภ์ ส่วนการไม่เกิดฟองหมายถึงไม่ตั้งครรภ์ การแปลผลเช่นนี้ไม่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์
การทดสอบการตั้งครรภ์ด้วยน้ำยาฟอกขาวปลอดภัยหรือไม่?
แม้งานวิจัยจะมีจำกัด แต่วิธีนี้มีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
การสัมผัสน้ำยาฟอกขาว: น้ำยาฟอกขาวมีฤทธิ์กัดกร่อนและเป็นอันตราย โดยเฉพาะเมื่อสูดดมไอระเหยหรือสัมผัสผิวหนังหรือดวงตา หากระคายเคืองตาหรือทางเดินหายใจ ให้รีบออกจากห้องและขอความช่วยเหลือ หากน้ำยาฟอกขาวกระเด็นโดนผิวหนังหรือเข้าตา ให้ล้างด้วยน้ำนาน 15-20 นาที
การสัมผัสก๊าซคลอรีน: การผสมน้ำยาฟอกขาวกับแอมโมเนียซึ่งเป็นส่วนประกอบหนึ่งในปัสสาวะ อาจทำให้เกิดก๊าซคลอรีนที่มีพิษสูง อาการอาจได้แก่:
น้ำตาไหล
ระคายเคืองจมูกและลำคอ
ไอ
หายใจไม่อิ่ม
หายใจมีเสียงหวีด
เจ็บหน้าอก
คลื่นไส้
การสัมผัสในปริมาณมากอาจถึงแก่ชีวิต
ผลไม่น่าเชื่อถือ: การทดสอบการตั้งครรภ์ด้วยน้ำยาฟอกขาวไม่สามารถให้ผลที่เชื่อถือได้หรือตรวจฮอร์โมนการตั้งครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัจจัยอื่นที่มีผลต่อการตรวจการตั้งครรภ์
หลังไข่ที่ปฏิสนธิฝังตัวและรกเริ่มก่อตัว ร่างกายจะเริ่มสร้าง hCG ช่วงเวลาตกไข่และฝังตัวอาจต่างกันในแต่ละเดือน จึงส่งผลต่อระดับฮอร์โมนและเวลาที่ตรวจพบการตั้งครรภ์ได้
หากต้องการยืนยันการตั้งครรภ์อย่างแม่นยำ ควรติดต่อบุคลากรทางการแพทย์ แพทย์อาจแนะนำการตรวจอัลตราซาวนด์ การตรวจปัสสาวะซ้ำ หรือการตรวจเลือดตามระยะของการตั้งครรภ์
ทางเลือกแทนการทดสอบด้วยน้ำยาฟอกขาว
หากสงสัยว่าตั้งครรภ์ ชุดตรวจการตั้งครรภ์ที่บ้านจากร้านขายยามักเชื่อถือได้มากกว่า การตรวจหลังวันแรกที่ประจำเดือนขาดอาจให้ผลแม่นยำกว่า
ชุดตรวจที่บ้านส่วนใหญ่ใช้วิธีจุ่มปลายดูดซับในปัสสาวะ หลังผ่านไปหลายนาที สัญลักษณ์ เช่น เครื่องหมายบวกหรือลบ หรือคำว่า “ตั้งครรภ์” หรือ “ไม่ตั้งครรภ์” จะแสดงผล แม้ชุดตรวจจำนวนมากจะอ้างว่ามีความแม่นยำสูงถึง 99% แต่ประสิทธิภาพแตกต่างกันตามยี่ห้อ หากผลเป็นลบแต่ยังสงสัยว่าตั้งครรภ์ ให้ตรวจซ้ำหลังหนึ่งสัปดาห์
ในบางกรณีซึ่งพบไม่บ่อย ผลตรวจอาจเป็นบวกทั้งที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ เรียกว่าผลบวกลวง
สรุป
แม้บางคนสนใจการทดสอบด้วยน้ำยาฟอกขาวเพราะทำง่ายและมีค่าใช้จ่ายต่ำ แต่ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับความปลอดภัยและความแม่นยำ ควรใช้ชุดตรวจการตั้งครรภ์ที่บ้านซึ่งผ่านการรับรองและปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เมื่อจำเป็น
ที่มาของเรื่อง:
เรียบเรียงจากแหล่งข้อมูลออนไลน์
เมื่อส่งแบบฟอร์ม คุณยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อให้เราประมวลผลข้อมูลติดต่อและข้อมูลคำปรึกษาที่คุณให้ไว้ และยอมรับ ข้อกำหนดในการให้บริการ และยินยอมให้เราติดต่อคุณเกี่ยวกับการสอบถามนี้
คู่มือ | การผสมน้ำยาฟอกขาวกับปัสสาวะตรวจการตั้งครรภ์ได้แม่นยำหรือไม่?
คู่มือ | การผสมน้ำยาฟอกขาวกับปัสสาวะตรวจการตั้งครรภ์ได้แม่นยำหรือไม่?
ชุดตรวจการตั้งครรภ์ที่บ้านเป็นวิธีทั่วไปในการตรวจว่าตั้งครรภ์หรือไม่ แม้ชุดตรวจที่เชื่อถือได้จะหาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายยา แต่ผู้หญิงบางคนใช้วิธีทำเองที่บ้าน รวมถึงการทดสอบด้วยน้ำยาฟอกขาว แม้วิธีนี้เป็นที่นิยม แต่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับความแม่นยำหรือประสิทธิผล
การทดสอบการตั้งครรภ์ด้วยน้ำยาฟอกขาวคืออะไร?
ชุดตรวจการตั้งครรภ์ตรวจหาฮอร์โมนฮิวแมนคอริโอนิกโกนาโดโทรปิน (hCG) ในปัสสาวะ ร่างกายจะสร้างฮอร์โมนนี้หลังเริ่มตั้งครรภ์โดยมีรกช่วยสร้าง การทดสอบด้วยน้ำยาฟอกขาวอ้างว่าสามารถตรวจการตั้งครรภ์ได้โดยผสมปัสสาวะกับน้ำยาฟอกขาวที่ใช้ในครัวเรือน
วิธีทดสอบการตั้งครรภ์ด้วยน้ำยาฟอกขาว
วิธีนี้ต้องใช้น้ำยาฟอกขาวในครัวเรือนที่ไม่มีแอมโมเนีย ตัวอย่างปัสสาวะสด และถ้วยสองใบที่ติดป้าย “A” และ “B”
ขั้นตอนมีดังนี้:
เติมปัสสาวะลงในถ้วย “A” ประมาณหนึ่งในสี่ของถ้วย
เติมน้ำยาฟอกขาวลงในถ้วย “B” ประมาณหนึ่งในสี่ของถ้วย
ค่อย ๆ เทน้ำยาฟอกขาวลงในปัสสาวะ
รอหลายนาทีและสังเกตปฏิกิริยา
ผู้สนับสนุนวิธีนี้อ้างว่าการเกิดฟองหมายถึงตั้งครรภ์ ส่วนการไม่เกิดฟองหมายถึงไม่ตั้งครรภ์ การแปลผลเช่นนี้ไม่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์
การทดสอบการตั้งครรภ์ด้วยน้ำยาฟอกขาวปลอดภัยหรือไม่?
แม้งานวิจัยจะมีจำกัด แต่วิธีนี้มีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
การสัมผัสน้ำยาฟอกขาว: น้ำยาฟอกขาวมีฤทธิ์กัดกร่อนและเป็นอันตราย โดยเฉพาะเมื่อสูดดมไอระเหยหรือสัมผัสผิวหนังหรือดวงตา หากระคายเคืองตาหรือทางเดินหายใจ ให้รีบออกจากห้องและขอความช่วยเหลือ หากน้ำยาฟอกขาวกระเด็นโดนผิวหนังหรือเข้าตา ให้ล้างด้วยน้ำนาน 15-20 นาที
การสัมผัสก๊าซคลอรีน: การผสมน้ำยาฟอกขาวกับแอมโมเนียซึ่งเป็นส่วนประกอบหนึ่งในปัสสาวะ อาจทำให้เกิดก๊าซคลอรีนที่มีพิษสูง อาการอาจได้แก่:
น้ำตาไหล
ระคายเคืองจมูกและลำคอ
ไอ
หายใจไม่อิ่ม
หายใจมีเสียงหวีด
เจ็บหน้าอก
คลื่นไส้
การสัมผัสในปริมาณมากอาจถึงแก่ชีวิต
ผลไม่น่าเชื่อถือ: การทดสอบการตั้งครรภ์ด้วยน้ำยาฟอกขาวไม่สามารถให้ผลที่เชื่อถือได้หรือตรวจฮอร์โมนการตั้งครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัจจัยอื่นที่มีผลต่อการตรวจการตั้งครรภ์
หลังไข่ที่ปฏิสนธิฝังตัวและรกเริ่มก่อตัว ร่างกายจะเริ่มสร้าง hCG ช่วงเวลาตกไข่และฝังตัวอาจต่างกันในแต่ละเดือน จึงส่งผลต่อระดับฮอร์โมนและเวลาที่ตรวจพบการตั้งครรภ์ได้
หากต้องการยืนยันการตั้งครรภ์อย่างแม่นยำ ควรติดต่อบุคลากรทางการแพทย์ แพทย์อาจแนะนำการตรวจอัลตราซาวนด์ การตรวจปัสสาวะซ้ำ หรือการตรวจเลือดตามระยะของการตั้งครรภ์
ทางเลือกแทนการทดสอบด้วยน้ำยาฟอกขาว
หากสงสัยว่าตั้งครรภ์ ชุดตรวจการตั้งครรภ์ที่บ้านจากร้านขายยามักเชื่อถือได้มากกว่า การตรวจหลังวันแรกที่ประจำเดือนขาดอาจให้ผลแม่นยำกว่า
ชุดตรวจที่บ้านส่วนใหญ่ใช้วิธีจุ่มปลายดูดซับในปัสสาวะ หลังผ่านไปหลายนาที สัญลักษณ์ เช่น เครื่องหมายบวกหรือลบ หรือคำว่า “ตั้งครรภ์” หรือ “ไม่ตั้งครรภ์” จะแสดงผล แม้ชุดตรวจจำนวนมากจะอ้างว่ามีความแม่นยำสูงถึง 99% แต่ประสิทธิภาพแตกต่างกันตามยี่ห้อ หากผลเป็นลบแต่ยังสงสัยว่าตั้งครรภ์ ให้ตรวจซ้ำหลังหนึ่งสัปดาห์
ในบางกรณีซึ่งพบไม่บ่อย ผลตรวจอาจเป็นบวกทั้งที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ เรียกว่าผลบวกลวง
สรุป
แม้บางคนสนใจการทดสอบด้วยน้ำยาฟอกขาวเพราะทำง่ายและมีค่าใช้จ่ายต่ำ แต่ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับความปลอดภัยและความแม่นยำ ควรใช้ชุดตรวจการตั้งครรภ์ที่บ้านซึ่งผ่านการรับรองและปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เมื่อจำเป็น
ที่มาของเรื่อง:
เรียบเรียงจากแหล่งข้อมูลออนไลน์