ความรู้ | สิ่งที่ควรรู้เมื่อพบก้อนที่อัณฑะ



ความรู้ | สิ่งที่ควรรู้เมื่อพบก้อนที่อัณฑะ


ก้อนที่อัณฑะเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ภาวะไม่ร้ายแรงไปจนถึงเนื้องอกร้าย แม้ส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตราย แต่ควรให้แพทย์ประเมินก้อนที่เกิดขึ้นใหม่โดยเร็ว การเข้าใจอาการ สาเหตุ และการรักษามีความสำคัญต่อการวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่น ๆ และการป้องกันปัญหาสุขภาพเพิ่มเติม


สื่อ Huaban_นักวิทยาศาสตร์ ห้องปฏิบัติการ เกษตรกรรม ผู้เชี่ยวชาญ การแพทย์ การทดลองทางวิทยาศาสตร์ การวิจัยพันธุกรรม เทคโนโลยี อุปกรณ์การแพทย์ นักชีววิทยา_18492542.jpg


สาเหตุที่พบบ่อยของก้อนที่อัณฑะ

ก้อนที่อัณฑะหรือหลอดเก็บอสุจิมักเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้


มะเร็งอัณฑะ: ก้อนอาจบ่งชี้ว่ามีเนื้องอกซึ่งประกอบด้วยเนื้อเยื่อผิดปกติภายในอัณฑะ เนื้องอกอัณฑะส่วนใหญ่ไม่ทำให้ปวด แต่ผู้ป่วยบางรายมีอาการบวมและปวดรอบก้อน


หลอดเก็บอสุจิอักเสบ: ภาวะที่ลงท้ายด้วย "itis" โดยทั่วไปเกี่ยวข้องกับการอักเสบ ภาวะนี้คือการอักเสบของหลอดเก็บอสุจิ ซึ่งเป็นโครงสร้างด้านหลังอัณฑะที่เก็บและลำเลียงอสุจิ และอาจทำให้เกิดก้อนที่เจ็บปวด


ถุงน้ำอสุจิ: เป็นก้อนที่หลอดเก็บอสุจิซึ่งพบได้บ่อย โดยทั่วไปเป็นก้อนถุงน้ำชนิดไม่ร้ายแรงที่อยู่เหนืออัณฑะและไม่ทำให้ปวด


ถุงน้ำอัณฑะ: เกิดเมื่อมีของเหลวสะสมระหว่างเยื่อหุ้มรอบอัณฑะ ในทารกอาจเกิดจากช่องเปิดระหว่างช่องท้องกับถุงอัณฑะปิดไม่สนิท ส่วนในผู้ใหญ่อาจเกิดหลังการติดเชื้อหรือการบาดเจ็บ หรือเกิดจากความไม่สมดุลของการสร้างและดูดซึมของเหลวรอบอัณฑะ


หลอดเลือดดำขอดที่ถุงอัณฑะ: มักเกิดทางด้านซ้าย เกิดจากหลอดเลือดที่ระบายเลือดออกจากอัณฑะขยายตัวและอาจส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์


อัณฑะบิดขั้ว: เกิดเมื่ออัณฑะหรือสายอสุจิบิดตัวจนเลือดไปเลี้ยงไม่ได้และทำให้ปวดรุนแรง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อัณฑะอาจสูญเสียการทำงาน


อาการของก้อนที่อัณฑะ

อาการแตกต่างกันไปและอาจรวมถึง


มีก้อนผิดปกติใกล้อัณฑะ

ปวดหลังส่วนล่าง ช่องท้อง หรือขาหนีบ

รู้สึกหนักหรือปวดตื้อในถุงอัณฑะ

ปวดรุนแรงฉับพลัน

บวมหรือแดง

อาเจียนหรือคลื่นไส้

อัณฑะบวม กดเจ็บ หรือแข็ง

หากก้อนเกิดจากการติดเชื้อ อาจมีเลือดหรือหนองในปัสสาวะ มีไข้ และปัสสาวะบ่อยขึ้นร่วมด้วย


ในผู้ที่มีอายุน้อย ภาวะที่กระทบอัณฑะอาจทำให้เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ล่าช้าและส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ในอนาคต


การวินิจฉัยก้อนที่อัณฑะ

หลังผู้ป่วยพบก้อนที่อัณฑะ แพทย์จะทบทวนประวัติสุขภาพและอาจตรวจดังต่อไปนี้เพื่อหาสาเหตุ


การตรวจเลือดหรือปัสสาวะ: ช่วยตรวจหาสัญญาณการติดเชื้อหรือโรคร้ายแรง เช่น มะเร็ง


การตรวจร่างกาย: แพทย์คลำก้อนเพื่อประเมินสิ่งที่อยู่ภายในและความแข็ง


การส่องไฟตรวจ: ฉายแสงสว่างผ่านอัณฑะเพื่อประเมินตำแหน่งและขนาดของก้อน


การตรวจทางภาพ: อัลตราซาวนด์ช่วยระบุตำแหน่งก้อนได้แม่นยำขึ้นและช่วยแยกโรคอื่น เช่น มะเร็งหรือไส้เลื่อน


การรักษาก้อนที่อัณฑะ

การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุที่แท้จริง วิธีรักษาที่ใช้บ่อย ได้แก่


ยาปฏิชีวนะ: ใช้กับก้อนที่เกิดจากการติดเชื้อ

การผ่าตัด: อาจต้องระบายของเหลวหรือตัดก้อนออก

การผ่าตัดอัณฑะออก: มะเร็งอัณฑะอาจต้องผ่าตัดอัณฑะข้างที่เป็นออก

การรักษาไส้เลื่อน: หากไส้เลื่อนเป็นสาเหตุของก้อน จะดันเนื้อเยื่อที่ยื่นออกมากลับเข้าตำแหน่งเดิม


เมื่อใดควรไปพบแพทย์

ควรไปพบแพทย์โดยเร็วหากมีก้อนที่อัณฑะเกิดขึ้นฉับพลัน หรือก้อนเดิมมีอาการปวด การรักษาทันท่วงทีช่วยป้องกันความเสียหายถาวรต่ออัณฑะ แม้ก้อนไม่เจ็บและไม่บวมก็ควรได้รับการตรวจ


สรุป

แม้ก้อนที่อัณฑะส่วนใหญ่ไม่ร้ายแรง แต่ยังอาจกระทบการทำงานของอัณฑะและภาวะเจริญพันธุ์ การรู้จักอาการ สาเหตุ และการรักษา รวมถึงตรวจอัณฑะด้วยตนเองเป็นประจำ มีความสำคัญต่อสุขภาพผู้ชาย หากพบความผิดปกติควรรับการประเมินโดยเร็วเพื่อป้องกันปัญหาเพิ่มเติม


ที่มา:

รวบรวมจากอินเทอร์เน็ต

เผยแพร่ 2025-02-12
บทความนี้จัดทำโดยมี AI ช่วยและผ่านการตรวจสอบโดยทีมบรรณาธิการก่อนเผยแพร่
เนื้อหานี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ โปรดปรึกษาแพทย์ที่มีใบอนุญาต คู่มือเนื้อหาและนโยบายบรรณาธิการ

คุณอาจจะชอบ

เราจะติดต่อคุณเร็ว ๆ นี้

กรอกรายละเอียดของคุณแล้วเราจะติดต่อคุณโดยเร็วที่สุด
  • การตรวจพันธุกรรมตัวอ่อนก่อนการฝังตัว (PGT) และ IVF
    IVF โดยใช้ไข่หรืออสุจิจากผู้บริจาค
    ข้อมูลการเจริญพันธุ์โดยบุคคลที่สาม (อยู่ภายใต้กฎหมายท้องถิ่น)
    อื่น