ความรู้ | คู่มือสุขภาพการเจริญพันธุ์ชาย: ทำความเข้าใจโรคของอัณฑะ
อัณฑะเป็นอวัยวะสำคัญในระบบสืบพันธุ์ชาย ทำหน้าที่ผลิตอสุจิและหลั่งเทสโทสเตอโรน จึงจำเป็นต่อภาวะเจริญพันธุ์และสุขภาพโดยรวม โรคของอัณฑะอาจส่งผลต่อสมรรถภาพทางเพศและภาวะเจริญพันธุ์ แม้ส่วนใหญ่ไม่รุนแรง แต่การวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงทีเป็นสิ่งสำคัญ
เหตุใดจึงไม่ควรมองข้ามโรคของอัณฑะ
โรคร้ายแรงของอัณฑะพบไม่บ่อย อย่างไรก็ตาม หากมีอาการปวดอัณฑะ คลำพบก้อน หรือความแข็งเปลี่ยนไป ควรพบแพทย์โดยเร็ว ผู้ชายบางคนชะลอการรักษาเพราะรู้สึกอาย แต่การวินิจฉัยล่าช้าอาจนำไปสู่อันตรายที่แก้ไขไม่ได้
มะเร็งอัณฑะเป็นโรคของอัณฑะที่ร้ายแรงที่สุด แม้คิดเป็นเพียง 1% ของมะเร็งในผู้ชายในสหรัฐอเมริกา แต่เป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในผู้ชายอายุ 18 ถึง 35 ปี ผู้ป่วยส่วนใหญ่รักษาหายได้
ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งอัณฑะ ได้แก่:
มีประวัติมะเร็งอัณฑะ
มีภาวะอัณฑะไม่ลงถุงตั้งแต่วัยเด็ก
มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งอัณฑะ
ภาวะที่พบบ่อยกว่ามะเร็งอัณฑะคือหลอดเก็บอสุจิอักเสบ ซึ่งเป็นการอักเสบของหลอดเก็บอสุจิ ในแต่ละปีมีผู้ชายประมาณ 600,000 คนเป็นภาวะนี้ โดยพบมากที่สุดในผู้ชายอายุ 19 ถึง 35 ปี การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันหรือมีคู่นอนหลายคนอาจเพิ่มความเสี่ยงของหลอดเก็บอสุจิอักเสบจากการติดเชื้อ
ผู้ชายประมาณหนึ่งในห้าอาจมีภาวะหลอดเลือดดำอัณฑะขอด ซึ่งเป็นหลอดเลือดดำเหนืออัณฑะที่ขยายตัว คล้ายเส้นเลือดขอดและมักไม่เป็นอันตราย แต่อาจกระทบภาวะเจริญพันธุ์หรือทำให้ปวดเล็กน้อยถึงปานกลาง ภาวะถุงน้ำอัณฑะคือการสะสมของของเหลวรอบอัณฑะ โดยทั่วไปไม่เป็นอันตราย แต่อาจทำให้ไม่สบายหากมีขนาดใหญ่
โรคของอัณฑะที่พบบ่อยและอาการ
1. มะเร็งอัณฑะ
มะเร็งอัณฑะเกิดจากเซลล์อัณฑะกลายพันธุ์และเติบโตผิดปกติจนเป็นก้อนหรือบริเวณแข็ง ผู้ป่วยส่วนใหญ่สังเกตพบความผิดปกติได้เองในระยะแรก และการรับการรักษาโดยเร็วมักทำให้หายได้
2. ภาวะอัณฑะบิดขั้ว
ภาวะอัณฑะบิดขั้วเกิดขึ้นเมื่ออัณฑะหมุนจนหลอดเลือดบิดและเลือดไหลเวียนไม่ได้ เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรับการรักษาทันที หากรักษาไม่ทันท่วงที เนื้อเยื่ออัณฑะอาจตาย พบบ่อยที่สุดในวัยรุ่นอายุ 10 ถึง 15 ปี ดังนั้นหากปวดอัณฑะรุนแรงต้องพบแพทย์ทันที
3. หลอดเก็บอสุจิอักเสบ
หลอดเก็บอสุจิเป็นท่อที่ใช้เก็บอสุจิ การติดเชื้อหรืออักเสบอาจทำให้ปวดและบวมที่อัณฑะ และบางครั้งมีไข้ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองในและหนองในเทียม อาจเป็นสาเหตุได้ แต่อุบัติเหตุ การทำหมันชาย หรือปัสสาวะไหลย้อนจากการออกกำลังกายอย่างหนักก็อาจทำให้หลอดเก็บอสุจิอักเสบได้เช่นกัน
4. หลอดเลือดดำอัณฑะขอด
ภาวะนี้คล้ายเส้นเลือดขอดที่ขาและเกิดจากหลอดเลือดดำในอัณฑะขยายตัว โดยทั่วไปไม่เป็นอันตรายแต่อาจกระทบภาวะเจริญพันธุ์ หากเห็นก้อนเหนืออัณฑะขณะยืนหรือเบ่ง ควรให้แพทย์ประเมิน
5. ภาวะถุงน้ำอัณฑะ
ภาวะถุงน้ำอัณฑะคือการสะสมของเหลวรอบอัณฑะมากเกินไป โดยทั่วไปไม่กระทบสุขภาพ แต่หากมีขนาดใหญ่อาจทำให้รู้สึกกดแน่นหรือปวดเล็กน้อย
6. อัณฑะอักเสบ
อัณฑะอักเสบคือการอักเสบจากการติดเชื้อ รวมถึงโรคคางทูมหรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองในและหนองในเทียม
7. ภาวะต่อมเพศทำงานต่ำ
ภาวะต่อมเพศทำงานต่ำอาจเกิดขึ้นเมื่ออัณฑะไม่สามารถผลิตเทสโทสเตอโรนได้ตามปกติ หรือต่อมใต้สมองไม่สามารถกระตุ้นการผลิตเทสโทสเตอโรนได้เพียงพอ สาเหตุอาจรวมถึงอายุ โรค ยา หรือภาวะแต่กำเนิด เช่น ความผิดปกติของโครโมโซม อาการ ได้แก่ ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ความต้องการทางเพศต่ำ ภาวะมีบุตรยาก เต้านมโตในผู้ชาย และอารมณ์เปลี่ยนแปลง
ป้องกันโรคของอัณฑะได้อย่างไร?
ยังไม่มีวิธีที่ยืนยันแล้วว่าสามารถป้องกันมะเร็งอัณฑะได้ การตรวจพบแต่เนิ่น ๆ จึงสำคัญ ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์แนะนำให้ชายหนุ่มทุกคนตรวจอัณฑะด้วยตนเองเดือนละครั้ง เพื่อค้นหาความผิดปกติได้ทันท่วงที
มาตรการป้องกันอื่น ๆ ได้แก่:
มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยเพื่อลดความเสี่ยงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
หลีกเลี่ยงการยกของหนักขณะกลั้นปัสสาวะ เพื่อลดโอกาสที่ปัสสาวะจะไหลย้อนเข้าสู่หลอดเก็บอสุจิ
รักษาภาวะสุขภาพที่อาจกระทบภาวะเจริญพันธุ์โดยเร็ว
การรักษาโรคของอัณฑะ
1. มะเร็งอัณฑะ: มะเร็งอัณฑะระยะแรกมักรักษาให้หายได้ด้วยการผ่าตัดเอาอัณฑะออก หากมะเร็งแพร่กระจาย อาจต้องรักษาร่วมกันด้วยการผ่าตัด เคมีบำบัด หรือรังสีรักษา อัตราการรักษาหายยังคงสูงแม้มะเร็งจะแพร่กระจายแล้ว
2. หลอดเก็บอสุจิอักเสบ: โดยทั่วไปรักษาด้วยยาปฏิชีวนะและยาต้านการอักเสบ กรณีรุนแรงอาจต้องพักผ่อน ใช้ยาแก้ปวด และประคบเย็นร่วมด้วย การฟื้นตัวอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน
3. ภาวะอัณฑะบิดขั้ว: เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องผ่าตัดโดยเร็วที่สุด มิฉะนั้นเนื้อเยื่ออัณฑะอาจตาย ระหว่างผ่าตัด แพทย์มักยึดอัณฑะอีกข้างไว้เพื่อป้องกันการบิดขั้วในอนาคต
4. หลอดเลือดดำอัณฑะขอด: หากกระทบภาวะเจริญพันธุ์ อาจรักษาด้วยการผ่าตัดจุลศัลยกรรมเพื่อผูกหลอดเลือดดำ หรือหัตถการร่วมรักษาเพื่ออุดหลอดเลือดที่ผิดปกติ
5. ภาวะถุงน้ำอัณฑะ: ภาวะถุงน้ำอัณฑะขนาดใหญ่อาจรักษาด้วยการผ่าตัดหรือการฉีดยา
6. ภาวะต่อมเพศทำงานต่ำ: มักใช้การบำบัดทดแทนเทสโทสเตอโรนเพื่อช่วยให้สมรรถภาพทางเพศและสุขภาพโดยรวมดีขึ้น
ภาวะอื่นที่ควรรู้
บางครั้งโรคของอัณฑะอาจสับสนกับภาวะอื่น เช่น ไส้เลื่อนขาหนีบอาจทำให้ถุงอัณฑะบวมคล้ายโรคของอัณฑะ ภาวะนี้เกิดจากเนื้อเยื่อลำไส้ยื่นผ่านบริเวณที่อ่อนแอของผนังหน้าท้องลงสู่ถุงอัณฑะ และมักต้องผ่าตัดซ่อมแซม
ผู้ชายควรพบแพทย์ทันทีเมื่อมีความผิดปกติ เพื่อปกป้องสุขภาพและภาวะเจริญพันธุ์
แหล่งที่มาของเรื่อง:
รวบรวมจากอินเทอร์เน็ต
เมื่อส่งแบบฟอร์ม คุณยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อให้เราประมวลผลข้อมูลติดต่อและข้อมูลคำปรึกษาที่คุณให้ไว้ และยอมรับ ข้อกำหนดในการให้บริการ และยินยอมให้เราติดต่อคุณเกี่ยวกับการสอบถามนี้
ความรู้ | คู่มือสุขภาพการเจริญพันธุ์ชาย: ทำความเข้าใจโรคของอัณฑะ
ความรู้ | คู่มือสุขภาพการเจริญพันธุ์ชาย: ทำความเข้าใจโรคของอัณฑะ
อัณฑะเป็นอวัยวะสำคัญในระบบสืบพันธุ์ชาย ทำหน้าที่ผลิตอสุจิและหลั่งเทสโทสเตอโรน จึงจำเป็นต่อภาวะเจริญพันธุ์และสุขภาพโดยรวม โรคของอัณฑะอาจส่งผลต่อสมรรถภาพทางเพศและภาวะเจริญพันธุ์ แม้ส่วนใหญ่ไม่รุนแรง แต่การวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงทีเป็นสิ่งสำคัญ
เหตุใดจึงไม่ควรมองข้ามโรคของอัณฑะ
โรคร้ายแรงของอัณฑะพบไม่บ่อย อย่างไรก็ตาม หากมีอาการปวดอัณฑะ คลำพบก้อน หรือความแข็งเปลี่ยนไป ควรพบแพทย์โดยเร็ว ผู้ชายบางคนชะลอการรักษาเพราะรู้สึกอาย แต่การวินิจฉัยล่าช้าอาจนำไปสู่อันตรายที่แก้ไขไม่ได้
มะเร็งอัณฑะเป็นโรคของอัณฑะที่ร้ายแรงที่สุด แม้คิดเป็นเพียง 1% ของมะเร็งในผู้ชายในสหรัฐอเมริกา แต่เป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในผู้ชายอายุ 18 ถึง 35 ปี ผู้ป่วยส่วนใหญ่รักษาหายได้
ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งอัณฑะ ได้แก่:
มีประวัติมะเร็งอัณฑะ
มีภาวะอัณฑะไม่ลงถุงตั้งแต่วัยเด็ก
มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งอัณฑะ
ภาวะที่พบบ่อยกว่ามะเร็งอัณฑะคือหลอดเก็บอสุจิอักเสบ ซึ่งเป็นการอักเสบของหลอดเก็บอสุจิ ในแต่ละปีมีผู้ชายประมาณ 600,000 คนเป็นภาวะนี้ โดยพบมากที่สุดในผู้ชายอายุ 19 ถึง 35 ปี การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันหรือมีคู่นอนหลายคนอาจเพิ่มความเสี่ยงของหลอดเก็บอสุจิอักเสบจากการติดเชื้อ
ผู้ชายประมาณหนึ่งในห้าอาจมีภาวะหลอดเลือดดำอัณฑะขอด ซึ่งเป็นหลอดเลือดดำเหนืออัณฑะที่ขยายตัว คล้ายเส้นเลือดขอดและมักไม่เป็นอันตราย แต่อาจกระทบภาวะเจริญพันธุ์หรือทำให้ปวดเล็กน้อยถึงปานกลาง ภาวะถุงน้ำอัณฑะคือการสะสมของของเหลวรอบอัณฑะ โดยทั่วไปไม่เป็นอันตราย แต่อาจทำให้ไม่สบายหากมีขนาดใหญ่
โรคของอัณฑะที่พบบ่อยและอาการ
1. มะเร็งอัณฑะ
มะเร็งอัณฑะเกิดจากเซลล์อัณฑะกลายพันธุ์และเติบโตผิดปกติจนเป็นก้อนหรือบริเวณแข็ง ผู้ป่วยส่วนใหญ่สังเกตพบความผิดปกติได้เองในระยะแรก และการรับการรักษาโดยเร็วมักทำให้หายได้
2. ภาวะอัณฑะบิดขั้ว
ภาวะอัณฑะบิดขั้วเกิดขึ้นเมื่ออัณฑะหมุนจนหลอดเลือดบิดและเลือดไหลเวียนไม่ได้ เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรับการรักษาทันที หากรักษาไม่ทันท่วงที เนื้อเยื่ออัณฑะอาจตาย พบบ่อยที่สุดในวัยรุ่นอายุ 10 ถึง 15 ปี ดังนั้นหากปวดอัณฑะรุนแรงต้องพบแพทย์ทันที
3. หลอดเก็บอสุจิอักเสบ
หลอดเก็บอสุจิเป็นท่อที่ใช้เก็บอสุจิ การติดเชื้อหรืออักเสบอาจทำให้ปวดและบวมที่อัณฑะ และบางครั้งมีไข้ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองในและหนองในเทียม อาจเป็นสาเหตุได้ แต่อุบัติเหตุ การทำหมันชาย หรือปัสสาวะไหลย้อนจากการออกกำลังกายอย่างหนักก็อาจทำให้หลอดเก็บอสุจิอักเสบได้เช่นกัน
4. หลอดเลือดดำอัณฑะขอด
ภาวะนี้คล้ายเส้นเลือดขอดที่ขาและเกิดจากหลอดเลือดดำในอัณฑะขยายตัว โดยทั่วไปไม่เป็นอันตรายแต่อาจกระทบภาวะเจริญพันธุ์ หากเห็นก้อนเหนืออัณฑะขณะยืนหรือเบ่ง ควรให้แพทย์ประเมิน
5. ภาวะถุงน้ำอัณฑะ
ภาวะถุงน้ำอัณฑะคือการสะสมของเหลวรอบอัณฑะมากเกินไป โดยทั่วไปไม่กระทบสุขภาพ แต่หากมีขนาดใหญ่อาจทำให้รู้สึกกดแน่นหรือปวดเล็กน้อย
6. อัณฑะอักเสบ
อัณฑะอักเสบคือการอักเสบจากการติดเชื้อ รวมถึงโรคคางทูมหรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองในและหนองในเทียม
7. ภาวะต่อมเพศทำงานต่ำ
ภาวะต่อมเพศทำงานต่ำอาจเกิดขึ้นเมื่ออัณฑะไม่สามารถผลิตเทสโทสเตอโรนได้ตามปกติ หรือต่อมใต้สมองไม่สามารถกระตุ้นการผลิตเทสโทสเตอโรนได้เพียงพอ สาเหตุอาจรวมถึงอายุ โรค ยา หรือภาวะแต่กำเนิด เช่น ความผิดปกติของโครโมโซม อาการ ได้แก่ ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ความต้องการทางเพศต่ำ ภาวะมีบุตรยาก เต้านมโตในผู้ชาย และอารมณ์เปลี่ยนแปลง
ป้องกันโรคของอัณฑะได้อย่างไร?
ยังไม่มีวิธีที่ยืนยันแล้วว่าสามารถป้องกันมะเร็งอัณฑะได้ การตรวจพบแต่เนิ่น ๆ จึงสำคัญ ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์แนะนำให้ชายหนุ่มทุกคนตรวจอัณฑะด้วยตนเองเดือนละครั้ง เพื่อค้นหาความผิดปกติได้ทันท่วงที
มาตรการป้องกันอื่น ๆ ได้แก่:
มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยเพื่อลดความเสี่ยงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
หลีกเลี่ยงการยกของหนักขณะกลั้นปัสสาวะ เพื่อลดโอกาสที่ปัสสาวะจะไหลย้อนเข้าสู่หลอดเก็บอสุจิ
รักษาภาวะสุขภาพที่อาจกระทบภาวะเจริญพันธุ์โดยเร็ว
การรักษาโรคของอัณฑะ
1. มะเร็งอัณฑะ: มะเร็งอัณฑะระยะแรกมักรักษาให้หายได้ด้วยการผ่าตัดเอาอัณฑะออก หากมะเร็งแพร่กระจาย อาจต้องรักษาร่วมกันด้วยการผ่าตัด เคมีบำบัด หรือรังสีรักษา อัตราการรักษาหายยังคงสูงแม้มะเร็งจะแพร่กระจายแล้ว
2. หลอดเก็บอสุจิอักเสบ: โดยทั่วไปรักษาด้วยยาปฏิชีวนะและยาต้านการอักเสบ กรณีรุนแรงอาจต้องพักผ่อน ใช้ยาแก้ปวด และประคบเย็นร่วมด้วย การฟื้นตัวอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน
3. ภาวะอัณฑะบิดขั้ว: เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องผ่าตัดโดยเร็วที่สุด มิฉะนั้นเนื้อเยื่ออัณฑะอาจตาย ระหว่างผ่าตัด แพทย์มักยึดอัณฑะอีกข้างไว้เพื่อป้องกันการบิดขั้วในอนาคต
4. หลอดเลือดดำอัณฑะขอด: หากกระทบภาวะเจริญพันธุ์ อาจรักษาด้วยการผ่าตัดจุลศัลยกรรมเพื่อผูกหลอดเลือดดำ หรือหัตถการร่วมรักษาเพื่ออุดหลอดเลือดที่ผิดปกติ
5. ภาวะถุงน้ำอัณฑะ: ภาวะถุงน้ำอัณฑะขนาดใหญ่อาจรักษาด้วยการผ่าตัดหรือการฉีดยา
6. ภาวะต่อมเพศทำงานต่ำ: มักใช้การบำบัดทดแทนเทสโทสเตอโรนเพื่อช่วยให้สมรรถภาพทางเพศและสุขภาพโดยรวมดีขึ้น
ภาวะอื่นที่ควรรู้
บางครั้งโรคของอัณฑะอาจสับสนกับภาวะอื่น เช่น ไส้เลื่อนขาหนีบอาจทำให้ถุงอัณฑะบวมคล้ายโรคของอัณฑะ ภาวะนี้เกิดจากเนื้อเยื่อลำไส้ยื่นผ่านบริเวณที่อ่อนแอของผนังหน้าท้องลงสู่ถุงอัณฑะ และมักต้องผ่าตัดซ่อมแซม
ผู้ชายควรพบแพทย์ทันทีเมื่อมีความผิดปกติ เพื่อปกป้องสุขภาพและภาวะเจริญพันธุ์
แหล่งที่มาของเรื่อง:
รวบรวมจากอินเทอร์เน็ต