คู่มือ | ประจำเดือนจะกลับมาเมื่อใด? สิ่งที่ผู้หญิงควรรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของรอบเดือนหลังคลอด
หลังคลอด ร่างกายของผู้หญิงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญหลายอย่าง หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ ประจำเดือนครั้งแรกหลังคลอดจะมาเมื่อใด ระยะเวลาแตกต่างกันไป โดยขึ้นอยู่กับการให้นมบุตร ระดับฮอร์โมนของแต่ละคน และการฟื้นตัวของร่างกายเป็นหลัก
รอบเดือนหลังคลอดอาจไม่เหมือนก่อนตั้งครรภ์ เนื่องจากการตั้งครรภ์และการคลอดทำให้ร่างกายเปลี่ยนแปลงอย่างมาก มดลูก รังไข่ และระบบฮอร์โมนจึงต้องปรับตัวใหม่ แม้ประจำเดือนจะกลับมาแล้ว รอบเดือนและอาการต่าง ๆ ก็อาจแตกต่างจากก่อนตั้งครรภ์มาก
การให้นมบุตรกับประจำเดือน: ฮอร์โมนส่งผลต่อการกลับมาของรอบเดือนอย่างไร?
การให้นมบุตรมีบทบาทสำคัญต่อช่วงเวลาที่ประจำเดือนกลับมา ระหว่างให้นม ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนโปรแลกตินในระดับสูง ซึ่งยับยั้งการทำงานของรังไข่และทำให้การตกไข่กับประจำเดือนกลับมาช้าลง
ข้อมูลแสดงว่า:
ไม่ได้ให้นมบุตร: คนส่วนใหญ่มีประจำเดือนอีกครั้งประมาณ 5 สัปดาห์หลังคลอด
ให้นมบุตรบางส่วน โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้ให้นมช่วงกลางคืน: ประจำเดือนอาจกลับมาประมาณ 5 สัปดาห์หลังคลอดเช่นกัน
ให้นมบุตรอย่างเดียวหรือสม่ำเสมอ: ประมาณ 1/5 มีประจำเดือนอีกครั้ง 6 เดือนหลังคลอด แต่คนส่วนใหญ่จะยังไม่มีประจำเดือนจนกว่าจะหยุดให้นมโดยสมบูรณ์แล้ว 1 ถึง 2 เดือน
โดยทั่วไป ยิ่งให้นมบ่อยและต่อเนื่องนานเท่าใด ประจำเดือนก็มักยิ่งกลับมาช้า
อย่าสับสนระหว่างเลือดหลังคลอดกับประจำเดือน
ผู้หญิงหลายคนมีเลือดออกทางช่องคลอดต่อเนื่องหลายสัปดาห์หลังคลอด สิ่งนี้เรียกว่าน้ำคาวปลาและไม่ใช่ประจำเดือนจริง
น้ำคาวปลามักมีอยู่นาน 6 ถึง 8 สัปดาห์ และสีจะค่อย ๆ เปลี่ยนจากแดงสด → ชมพูหรือน้ำตาล → ขาวอมเหลืองก่อนหยุด อาจมีลิ่มเลือดขนาดเท่าลูกพลัม แต่ปริมาณจะค่อย ๆ ลดลงเมื่อมดลูกกลับสู่ภาวะปกติ
ช่วงนี้ควรหลีกเลี่ยงผ้าอนามัยแบบสอด ใช้ผ้าอนามัยหรือแผ่นรองหลังคลอดชนิดฝ้าย และอย่าสอดสิ่งใดเข้าไปในช่องคลอด
ประจำเดือนกลับมา ≠ รอบเดือนสม่ำเสมอ: รอบเดือนอาจเปลี่ยนไปถาวร
การที่ประจำเดือนกลับมาไม่ได้หมายความว่าร่างกายฟื้นคืนสู่สภาพก่อนตั้งครรภ์อย่างสมบูรณ์ ผู้หญิงหลายคนอาจพบว่า:
ประจำเดือนครั้งแรกมามากขึ้น และอาจปวดท้องมากขึ้นหรือน้อยลง
รอบเดือนไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะขณะที่ยังให้นมเป็นครั้งคราว
มีลิ่มเลือดมากขึ้น หากมีลิ่มเลือดต่อเนื่องเกินหนึ่งสัปดาห์ควรไปพบแพทย์
ผู้หญิงบางคนปวดประจำเดือนน้อยลง เพราะกล้ามเนื้อมดลูกคลายตัวมากขึ้นหลังคลอด ขณะที่บางคนมีอาการรุนแรงขึ้น ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับเนื้อเยื่อมดลูกที่เพิ่มขึ้น
ผู้หญิงที่เป็นเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่อาจรู้สึกว่าอาการดีขึ้นชั่วคราวหลังคลอด แต่โดยทั่วไปอาการทุเลานี้ไม่คงอยู่นาน
ไม่มีประจำเดือนไม่ได้แปลว่าไม่ตกไข่: หลังคลอดยังตั้งครรภ์ได้
คุณแม่มือใหม่หลายคนเข้าใจผิดว่าจะไม่ตั้งครรภ์ก่อนประจำเดือนกลับมา แต่ความจริงคือการตกไข่อาจเกิดขึ้นโดยไม่มีประจำเดือน จึงยังมีโอกาสตั้งครรภ์
งานวิจัยระบุว่า แม้ยังไม่มีประจำเดือนหลังคลอด ความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ยังอยู่ระหว่าง 1% ถึง 5% หากยังไม่วางแผนมีบุตรอีก แพทย์แนะนำให้เริ่มคุมกำเนิดด้วยวิธีที่เหมาะสมโดยเร็ว
ประจำเดือนส่งผลต่อน้ำนมอย่างไร: รสชาติและปริมาณที่เปลี่ยนไป
เมื่อประจำเดือนกลับมา คุณแม่ที่ให้นมบุตรบางคนอาจสังเกตว่า:
ปริมาณน้ำนมลดลง
ทารกงอแง ซึ่งอาจเกิดจากรสชาติของน้ำนมเปลี่ยนไป
เพื่อช่วยรับมือกับภาวะนี้ แพทย์อาจแนะนำให้เสริมแคลเซียมและแมกนีเซียมตั้งแต่ช่วงตกไข่จนถึงวันที่ 2 หรือวันที่ 3 ของประจำเดือน เพื่อช่วยรักษาปริมาณน้ำนม
แหล่งข้อมูล:
รวบรวมจากแหล่งข้อมูลออนไลน์
เมื่อส่งแบบฟอร์ม คุณยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อให้เราประมวลผลข้อมูลติดต่อและข้อมูลคำปรึกษาที่คุณให้ไว้ และยอมรับ ข้อกำหนดในการให้บริการ และยินยอมให้เราติดต่อคุณเกี่ยวกับการสอบถามนี้
คู่มือ | ประจำเดือนจะกลับมาเมื่อใด สิ่งที่ผู้หญิงควรรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของรอบเดือนหลังคลอด
คู่มือ | ประจำเดือนจะกลับมาเมื่อใด? สิ่งที่ผู้หญิงควรรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของรอบเดือนหลังคลอด
หลังคลอด ร่างกายของผู้หญิงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญหลายอย่าง หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ ประจำเดือนครั้งแรกหลังคลอดจะมาเมื่อใด ระยะเวลาแตกต่างกันไป โดยขึ้นอยู่กับการให้นมบุตร ระดับฮอร์โมนของแต่ละคน และการฟื้นตัวของร่างกายเป็นหลัก
รอบเดือนหลังคลอดอาจไม่เหมือนก่อนตั้งครรภ์ เนื่องจากการตั้งครรภ์และการคลอดทำให้ร่างกายเปลี่ยนแปลงอย่างมาก มดลูก รังไข่ และระบบฮอร์โมนจึงต้องปรับตัวใหม่ แม้ประจำเดือนจะกลับมาแล้ว รอบเดือนและอาการต่าง ๆ ก็อาจแตกต่างจากก่อนตั้งครรภ์มาก
การให้นมบุตรกับประจำเดือน: ฮอร์โมนส่งผลต่อการกลับมาของรอบเดือนอย่างไร?
การให้นมบุตรมีบทบาทสำคัญต่อช่วงเวลาที่ประจำเดือนกลับมา ระหว่างให้นม ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนโปรแลกตินในระดับสูง ซึ่งยับยั้งการทำงานของรังไข่และทำให้การตกไข่กับประจำเดือนกลับมาช้าลง
ข้อมูลแสดงว่า:
ไม่ได้ให้นมบุตร: คนส่วนใหญ่มีประจำเดือนอีกครั้งประมาณ 5 สัปดาห์หลังคลอด
ให้นมบุตรบางส่วน โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้ให้นมช่วงกลางคืน: ประจำเดือนอาจกลับมาประมาณ 5 สัปดาห์หลังคลอดเช่นกัน
ให้นมบุตรอย่างเดียวหรือสม่ำเสมอ: ประมาณ 1/5 มีประจำเดือนอีกครั้ง 6 เดือนหลังคลอด แต่คนส่วนใหญ่จะยังไม่มีประจำเดือนจนกว่าจะหยุดให้นมโดยสมบูรณ์แล้ว 1 ถึง 2 เดือน
โดยทั่วไป ยิ่งให้นมบ่อยและต่อเนื่องนานเท่าใด ประจำเดือนก็มักยิ่งกลับมาช้า
อย่าสับสนระหว่างเลือดหลังคลอดกับประจำเดือน
ผู้หญิงหลายคนมีเลือดออกทางช่องคลอดต่อเนื่องหลายสัปดาห์หลังคลอด สิ่งนี้เรียกว่าน้ำคาวปลาและไม่ใช่ประจำเดือนจริง
น้ำคาวปลามักมีอยู่นาน 6 ถึง 8 สัปดาห์ และสีจะค่อย ๆ เปลี่ยนจากแดงสด → ชมพูหรือน้ำตาล → ขาวอมเหลืองก่อนหยุด อาจมีลิ่มเลือดขนาดเท่าลูกพลัม แต่ปริมาณจะค่อย ๆ ลดลงเมื่อมดลูกกลับสู่ภาวะปกติ
ช่วงนี้ควรหลีกเลี่ยงผ้าอนามัยแบบสอด ใช้ผ้าอนามัยหรือแผ่นรองหลังคลอดชนิดฝ้าย และอย่าสอดสิ่งใดเข้าไปในช่องคลอด
ประจำเดือนกลับมา ≠ รอบเดือนสม่ำเสมอ: รอบเดือนอาจเปลี่ยนไปถาวร
การที่ประจำเดือนกลับมาไม่ได้หมายความว่าร่างกายฟื้นคืนสู่สภาพก่อนตั้งครรภ์อย่างสมบูรณ์ ผู้หญิงหลายคนอาจพบว่า:
ประจำเดือนครั้งแรกมามากขึ้น และอาจปวดท้องมากขึ้นหรือน้อยลง
รอบเดือนไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะขณะที่ยังให้นมเป็นครั้งคราว
มีลิ่มเลือดมากขึ้น หากมีลิ่มเลือดต่อเนื่องเกินหนึ่งสัปดาห์ควรไปพบแพทย์
ผู้หญิงบางคนปวดประจำเดือนน้อยลง เพราะกล้ามเนื้อมดลูกคลายตัวมากขึ้นหลังคลอด ขณะที่บางคนมีอาการรุนแรงขึ้น ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับเนื้อเยื่อมดลูกที่เพิ่มขึ้น
ผู้หญิงที่เป็นเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่อาจรู้สึกว่าอาการดีขึ้นชั่วคราวหลังคลอด แต่โดยทั่วไปอาการทุเลานี้ไม่คงอยู่นาน
ไม่มีประจำเดือนไม่ได้แปลว่าไม่ตกไข่: หลังคลอดยังตั้งครรภ์ได้
คุณแม่มือใหม่หลายคนเข้าใจผิดว่าจะไม่ตั้งครรภ์ก่อนประจำเดือนกลับมา แต่ความจริงคือการตกไข่อาจเกิดขึ้นโดยไม่มีประจำเดือน จึงยังมีโอกาสตั้งครรภ์
งานวิจัยระบุว่า แม้ยังไม่มีประจำเดือนหลังคลอด ความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ยังอยู่ระหว่าง 1% ถึง 5% หากยังไม่วางแผนมีบุตรอีก แพทย์แนะนำให้เริ่มคุมกำเนิดด้วยวิธีที่เหมาะสมโดยเร็ว
ประจำเดือนส่งผลต่อน้ำนมอย่างไร: รสชาติและปริมาณที่เปลี่ยนไป
เมื่อประจำเดือนกลับมา คุณแม่ที่ให้นมบุตรบางคนอาจสังเกตว่า:
ปริมาณน้ำนมลดลง
ทารกงอแง ซึ่งอาจเกิดจากรสชาติของน้ำนมเปลี่ยนไป
เพื่อช่วยรับมือกับภาวะนี้ แพทย์อาจแนะนำให้เสริมแคลเซียมและแมกนีเซียมตั้งแต่ช่วงตกไข่จนถึงวันที่ 2 หรือวันที่ 3 ของประจำเดือน เพื่อช่วยรักษาปริมาณน้ำนม
แหล่งข้อมูล:
รวบรวมจากแหล่งข้อมูลออนไลน์