การผสมเทียมเป็นเทคนิคทางการแพทย์ที่อาจเป็นทางเลือกที่ไม่ซับซ้อนและมีผลข้างเคียงค่อนข้างน้อยสำหรับคู่รักบางคู่ที่ไม่สามารถตั้งครรภ์ตามธรรมชาติได้
ระหว่างการผสมเทียม แพทย์จะใส่อสุจิเข้าไปในปากมดลูก ท่อนำไข่ หรือมดลูกโดยตรง วิธีที่ใช้บ่อยที่สุดคือการฉีดเชื้ออสุจิเข้าโพรงมดลูก (IUI)
วิธีนี้ช่วยได้อย่างไร วิธีนี้ช่วยลดระยะทางที่อสุจิต้องเดินทางและหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางที่อาจมี แพทย์อาจแนะนำให้ใช้เป็นการรักษาภาวะมีบุตรยากในระยะแรก
การผสมเทียมใช้รักษาปัญหาการเจริญพันธุ์ได้หลายประเภท สำหรับภาวะมีบุตรยากจากฝ่ายชาย มักใช้เมื่อมีจำนวนอสุจิต่ำมาก หรืออสุจิไม่สามารถผ่านปากมดลูกเข้าสู่ท่อนำไข่ได้
สำหรับภาวะมีบุตรยากจากฝ่ายหญิง อาจใช้ในกรณีที่มีเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือความผิดปกติของอวัยวะสืบพันธุ์ นอกจากนี้ยังอาจเหมาะเมื่อมูกปากมดลูกไม่เอื้อต่ออสุจิ ทำให้อสุจิเข้าสู่มดลูกและท่อนำไข่ไม่ได้ การผสมเทียมช่วยให้อสุจิผ่านข้ามมูกปากมดลูกได้
แพทย์มักแนะนำการผสมเทียมเมื่อไม่สามารถระบุสาเหตุของภาวะมีบุตรยากของคู่รักได้เช่นกัน
แพทย์จะใช้ชุดตรวจการตกไข่ อัลตราซาวนด์ หรือการตรวจเลือดเพื่อยืนยันว่าคุณกำลังตกไข่ในช่วงที่ทำการผสมเทียม จากนั้นคู่ของคุณจะเก็บตัวอย่างน้ำอสุจิ แพทย์อาจแนะนำให้งดกิจกรรมทางเพศเป็นเวลา 2 ถึง 5 วันก่อนทำหัตถการ เพื่อช่วยให้มีจำนวนอสุจิสูงขึ้น
หากอาศัยอยู่ใกล้คลินิก คู่ของคุณอาจเก็บตัวอย่างที่บ้านได้ มิฉะนั้นจะต้องเก็บในห้องส่วนตัว การอยู่ใกล้คลินิกมีความสำคัญเพราะต้องนำอสุจิไปผ่านกระบวนการ “ล้างเชื้อ” ในห้องปฏิบัติการภายใน 1 ชั่วโมงหลังการหลั่ง
การล้างเชื้ออสุจิช่วยกำจัดสารเคมีในน้ำอสุจิที่อาจทำให้ไม่สบายตัว และเพิ่มความเข้มข้นของอสุจิที่เคลื่อนไหวได้ดีที่สุด เจ้าหน้าที่จะปล่อยให้น้ำอสุจิเหลวตัวที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลา 30 นาที จากนั้นใช้สารละลายที่ปลอดภัยเพื่อแยกอสุจิที่เคลื่อนไหวได้ดีที่สุด อสุจิจะถูกใส่ในท่อขนาดเล็กที่เรียกว่าสายสวน แล้วสอดผ่านช่องคลอดและปากมดลูกเข้าสู่โพรงมดลูก
การผสมเทียมใช้เวลาไม่นานและค่อนข้างไม่เจ็บ ผู้หญิงหลายคนรู้สึกว่าคล้ายกับการตรวจแป๊ปสเมียร์ คุณอาจปวดเกร็งเล็กน้อยระหว่างทำและมีเลือดออกเล็กน้อยหลังทำ แพทย์อาจขอให้นอนพักเป็นเวลา 15 ถึง 45 นาที จากนั้นสามารถกลับไปทำกิจกรรมตามปกติได้
ก่อนทำหัตถการ แพทย์อาจสั่งยากระตุ้นการเจริญพันธุ์ เช่น โคลมิฟีน เพื่อช่วยให้ร่างกายปล่อยไข่มากกว่าหนึ่งใบ
อัตราความสำเร็จของการผสมเทียมแตกต่างกันไป ปัจจัยที่สัมพันธ์กับโอกาสสำเร็จที่ลดลง ได้แก่
ฝ่ายหญิงมีอายุมาก
คุณภาพไข่หรืออสุจิไม่ดี
เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่รุนแรง
ท่อนำไข่เสียหายรุนแรง ซึ่งมักเกิดจากการติดเชื้อเรื้อรัง
หัตถการนี้ไม่เหมาะสำหรับทุกคน คู่รักบางคู่อาจต้องลองหลายครั้งจึงจะตั้งครรภ์ ขณะที่บางคู่อาจไม่สำเร็จ
แพทย์อาจแนะนำให้ลองอย่างน้อยสามถึงหกรอบก่อนเปลี่ยนไปใช้การรักษาอื่น หากการผสมเทียมไม่สำเร็จ ทางเลือกอื่น ได้แก่ การปฏิสนธินอกร่างกายด้วยไข่ของตนเอง ไข่บริจาค หรืออสุจิบริจาค
เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายก่อนเลือกคลินิก เนื่องจากราคาแตกต่างกันมาก ควรตรวจสอบว่าราคาประเมินรวมฮอร์โมน ยาอื่น ๆ และค่าล้างเชื้ออสุจิแล้วหรือไม่ อสุจิบริจาคมีค่าใช้จ่ายเพิ่มต่อหลอด ควรถามคลินิกล่วงหน้าว่าประกันอาจครอบคลุมค่าใช้จ่ายส่วนใดบ้าง
เมื่อส่งแบบฟอร์ม คุณยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อให้เราประมวลผลข้อมูลติดต่อและข้อมูลคำปรึกษาที่คุณให้ไว้ และยอมรับ ข้อกำหนดในการให้บริการ และยินยอมให้เราติดต่อคุณเกี่ยวกับการสอบถามนี้
ความรู้ | ภาวะมีบุตรยากและการผสมเทียม
การผสมเทียมเป็นเทคนิคทางการแพทย์ที่อาจเป็นทางเลือกที่ไม่ซับซ้อนและมีผลข้างเคียงค่อนข้างน้อยสำหรับคู่รักบางคู่ที่ไม่สามารถตั้งครรภ์ตามธรรมชาติได้
ระหว่างการผสมเทียม แพทย์จะใส่อสุจิเข้าไปในปากมดลูก ท่อนำไข่ หรือมดลูกโดยตรง วิธีที่ใช้บ่อยที่สุดคือการฉีดเชื้ออสุจิเข้าโพรงมดลูก (IUI)
วิธีนี้ช่วยได้อย่างไร วิธีนี้ช่วยลดระยะทางที่อสุจิต้องเดินทางและหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางที่อาจมี แพทย์อาจแนะนำให้ใช้เป็นการรักษาภาวะมีบุตรยากในระยะแรก
การผสมเทียมใช้รักษาปัญหาการเจริญพันธุ์ได้หลายประเภท สำหรับภาวะมีบุตรยากจากฝ่ายชาย มักใช้เมื่อมีจำนวนอสุจิต่ำมาก หรืออสุจิไม่สามารถผ่านปากมดลูกเข้าสู่ท่อนำไข่ได้
สำหรับภาวะมีบุตรยากจากฝ่ายหญิง อาจใช้ในกรณีที่มีเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือความผิดปกติของอวัยวะสืบพันธุ์ นอกจากนี้ยังอาจเหมาะเมื่อมูกปากมดลูกไม่เอื้อต่ออสุจิ ทำให้อสุจิเข้าสู่มดลูกและท่อนำไข่ไม่ได้ การผสมเทียมช่วยให้อสุจิผ่านข้ามมูกปากมดลูกได้
แพทย์มักแนะนำการผสมเทียมเมื่อไม่สามารถระบุสาเหตุของภาวะมีบุตรยากของคู่รักได้เช่นกัน
แพทย์จะใช้ชุดตรวจการตกไข่ อัลตราซาวนด์ หรือการตรวจเลือดเพื่อยืนยันว่าคุณกำลังตกไข่ในช่วงที่ทำการผสมเทียม จากนั้นคู่ของคุณจะเก็บตัวอย่างน้ำอสุจิ แพทย์อาจแนะนำให้งดกิจกรรมทางเพศเป็นเวลา 2 ถึง 5 วันก่อนทำหัตถการ เพื่อช่วยให้มีจำนวนอสุจิสูงขึ้น
หากอาศัยอยู่ใกล้คลินิก คู่ของคุณอาจเก็บตัวอย่างที่บ้านได้ มิฉะนั้นจะต้องเก็บในห้องส่วนตัว การอยู่ใกล้คลินิกมีความสำคัญเพราะต้องนำอสุจิไปผ่านกระบวนการ “ล้างเชื้อ” ในห้องปฏิบัติการภายใน 1 ชั่วโมงหลังการหลั่ง
การล้างเชื้ออสุจิช่วยกำจัดสารเคมีในน้ำอสุจิที่อาจทำให้ไม่สบายตัว และเพิ่มความเข้มข้นของอสุจิที่เคลื่อนไหวได้ดีที่สุด เจ้าหน้าที่จะปล่อยให้น้ำอสุจิเหลวตัวที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลา 30 นาที จากนั้นใช้สารละลายที่ปลอดภัยเพื่อแยกอสุจิที่เคลื่อนไหวได้ดีที่สุด อสุจิจะถูกใส่ในท่อขนาดเล็กที่เรียกว่าสายสวน แล้วสอดผ่านช่องคลอดและปากมดลูกเข้าสู่โพรงมดลูก
การผสมเทียมใช้เวลาไม่นานและค่อนข้างไม่เจ็บ ผู้หญิงหลายคนรู้สึกว่าคล้ายกับการตรวจแป๊ปสเมียร์ คุณอาจปวดเกร็งเล็กน้อยระหว่างทำและมีเลือดออกเล็กน้อยหลังทำ แพทย์อาจขอให้นอนพักเป็นเวลา 15 ถึง 45 นาที จากนั้นสามารถกลับไปทำกิจกรรมตามปกติได้
ก่อนทำหัตถการ แพทย์อาจสั่งยากระตุ้นการเจริญพันธุ์ เช่น โคลมิฟีน เพื่อช่วยให้ร่างกายปล่อยไข่มากกว่าหนึ่งใบ
อัตราความสำเร็จของการผสมเทียมแตกต่างกันไป ปัจจัยที่สัมพันธ์กับโอกาสสำเร็จที่ลดลง ได้แก่
ฝ่ายหญิงมีอายุมาก
คุณภาพไข่หรืออสุจิไม่ดี
เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่รุนแรง
ท่อนำไข่เสียหายรุนแรง ซึ่งมักเกิดจากการติดเชื้อเรื้อรัง
หัตถการนี้ไม่เหมาะสำหรับทุกคน คู่รักบางคู่อาจต้องลองหลายครั้งจึงจะตั้งครรภ์ ขณะที่บางคู่อาจไม่สำเร็จ
แพทย์อาจแนะนำให้ลองอย่างน้อยสามถึงหกรอบก่อนเปลี่ยนไปใช้การรักษาอื่น หากการผสมเทียมไม่สำเร็จ ทางเลือกอื่น ได้แก่ การปฏิสนธินอกร่างกายด้วยไข่ของตนเอง ไข่บริจาค หรืออสุจิบริจาค
เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายก่อนเลือกคลินิก เนื่องจากราคาแตกต่างกันมาก ควรตรวจสอบว่าราคาประเมินรวมฮอร์โมน ยาอื่น ๆ และค่าล้างเชื้ออสุจิแล้วหรือไม่ อสุจิบริจาคมีค่าใช้จ่ายเพิ่มต่อหลอด ควรถามคลินิกล่วงหน้าว่าประกันอาจครอบคลุมค่าใช้จ่ายส่วนใดบ้าง