คู่มือ | คำแนะนำสำคัญ 10 ข้อจากสูตินรีแพทย์เพื่อสุขภาพของผู้หญิง
การพบแพทย์ใช้เวลาสั้นลงเรื่อย ๆ ทำให้ผู้หญิงจำนวนมากไม่มีเวลาพูดถึงทุกข้อกังวล หากมีเวลามากขึ้น สูตินรีแพทย์อยากบอกอะไร?
ผู้เขียนสัมภาษณ์สูตินรีแพทย์ ดร. Alyssa Dweck ผู้ร่วมเขียน V Is for Vagina ซึ่งให้คำแนะนำด้านสุขภาพแก่ผู้หญิงทุกช่วงวัย
1. อย่าปล่อยให้ความเครียดครอบงำชีวิต
ดร. Dweck กล่าวว่า “ผู้ป่วยหญิงส่วนใหญ่ของฉันมีสิ่งหนึ่งเหมือนกัน คือเหนื่อยล้า ยุ่งเกินไป และพยายามทำทุกอย่าง” ความเครียดอาจกระทบภาวะเจริญพันธุ์และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล และโรคหัวใจ ควรหาวิธีลดความเครียดที่ทำได้อย่างต่อเนื่อง เช่น ทำสมาธิ ออกกำลังกาย หรือเขียนบันทึก
2. อย่าวิตกกังวลกับการควบคุมอาหาร
เธอกล่าวว่า “การกินเพื่อสุขภาพไม่ได้หมายความว่าต้องเลิกดื่มไวน์แดงและเลิกกินเค้กช็อกโกแลต” สิ่งสำคัญคือความพอดี ควรกินโปรตีนไขมันต่ำ ไขมันดี คาร์โบไฮเดรตคุณภาพดี และใยอาหารให้สมดุลโดยไม่จำกัดมากเกินไป
3. รับแคลเซียมอย่างเหมาะสม
“แคลเซียมมากเกินไปอาจทำให้เกิดนิ่วในไตและอาจเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ” ดร. Dweck แนะนำประมาณ 1,000 มก. ต่อวันสำหรับผู้หญิงอายุต่ำกว่า 50 และ 1,200 มก. สำหรับผู้หญิงอายุมากกว่า 50 โดยควรได้รับจากอาหาร เช่น นม ปลาแซลมอน และอัลมอนด์
4. การออกกำลังกายไม่ควรมีเฉพาะคาร์ดิโอ
“วิ่งอย่างเดียวไม่เพียงพอ” เธอแนะนำให้ออกกำลังกายสัปดาห์ละสามถึงห้าครั้ง โดยผสมผสานคาร์ดิโอกับการฝึกแรงต้าน เช่น ยกน้ำหนักและสควอต วิธีนี้อาจช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน โรคหัวใจ เบาหวาน และมะเร็งบางชนิด พร้อมส่งเสริมความมั่นใจและสุขภาพจิต
5. คำนึงถึงภาวะเจริญพันธุ์ตั้งแต่เนิ่น ๆ
แม้ผู้หญิงจำนวนมากจะตั้งครรภ์ได้ในช่วงปลายวัย 30 หรือช่วงต้นวัย 40 แต่ภาวะเจริญพันธุ์เริ่มลดลงทีละน้อยเมื่ออายุประมาณ 32 หากวางแผนมีบุตร ควรปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ เกี่ยวกับทางเลือก เช่น การแช่แข็งไข่
6. เข้าใจประโยชน์อื่นของการคุมกำเนิด
ยาคุมกำเนิดมักถูกเข้าใจผิดและไม่ได้มีประโยชน์เพียงป้องกันการตั้งครรภ์ งานวิจัยพบว่าอาจลดความเสี่ยงมะเร็งมดลูกและมะเร็งรังไข่ รวมทั้งช่วยให้รอบเดือนสม่ำเสมอ
7. พบแพทย์ทุกปี
อย่าละเลยการตรวจทางนรีเวชประจำปีแม้ไม่มีอาการ ผู้หญิงอายุมากกว่า 21 ควรตรวจแปปสเมียร์ทุกสามปี ส่วนผู้หญิงอายุ 30–65 อาจตรวจแปปสเมียร์ร่วมกับ HPV ทุกห้าปี ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ควรตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอด้วย การตรวจประจำปีช่วยค้นหาความเสี่ยงได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
8. รักษาชีวิตทางเพศที่น่าพึงพอใจ
“เพศสัมพันธ์ไม่ควรให้ความรู้สึกเหมือนภาระ แต่ควรช่วยให้ผ่อนคลายและมีความสุข” เพศสัมพันธ์อาจลดความเครียดและความเสี่ยงโรคเรื้อรังได้หากเป็นประสบการณ์ที่น่าพึงพอใจ ควรปรึกษาแพทย์หากมีภาวะแห้ง เจ็บ หรือไม่สบายอื่น ๆ
9. ให้ความสำคัญกับการนอน
การตื่นมาแล้วยังเหนื่อยและมีสมาธิลำบากอาจหมายถึงนอนไม่เพียงพอ การอดนอนระยะยาวเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและปัญหาสุขภาพจิต ควรรักษาเวลานอนให้สม่ำเสมอและให้ความสำคัญกับคุณภาพการนอน
10. พิจารณาการตรวจพันธุกรรม
หากครอบครัวมีประวัติมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ หรือโรคเรื้อรังอื่น ๆ ควรพิจารณาการตรวจพันธุกรรม แพทย์สามารถใช้ผลตรวจเพื่อประเมินความเสี่ยงและวางมาตรการป้องกันได้เร็วขึ้น
แหล่งที่มา:
รวบรวมจากอินเทอร์เน็ต
เมื่อส่งแบบฟอร์ม คุณยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อให้เราประมวลผลข้อมูลติดต่อและข้อมูลคำปรึกษาที่คุณให้ไว้ และยอมรับ ข้อกำหนดในการให้บริการ และยินยอมให้เราติดต่อคุณเกี่ยวกับการสอบถามนี้
คู่มือ | คำแนะนำสำคัญ 10 ข้อจากสูตินรีแพทย์เพื่อสุขภาพของผู้หญิง
คู่มือ | คำแนะนำสำคัญ 10 ข้อจากสูตินรีแพทย์เพื่อสุขภาพของผู้หญิง
การพบแพทย์ใช้เวลาสั้นลงเรื่อย ๆ ทำให้ผู้หญิงจำนวนมากไม่มีเวลาพูดถึงทุกข้อกังวล หากมีเวลามากขึ้น สูตินรีแพทย์อยากบอกอะไร?
ผู้เขียนสัมภาษณ์สูตินรีแพทย์ ดร. Alyssa Dweck ผู้ร่วมเขียน V Is for Vagina ซึ่งให้คำแนะนำด้านสุขภาพแก่ผู้หญิงทุกช่วงวัย
1. อย่าปล่อยให้ความเครียดครอบงำชีวิต
ดร. Dweck กล่าวว่า “ผู้ป่วยหญิงส่วนใหญ่ของฉันมีสิ่งหนึ่งเหมือนกัน คือเหนื่อยล้า ยุ่งเกินไป และพยายามทำทุกอย่าง” ความเครียดอาจกระทบภาวะเจริญพันธุ์และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล และโรคหัวใจ ควรหาวิธีลดความเครียดที่ทำได้อย่างต่อเนื่อง เช่น ทำสมาธิ ออกกำลังกาย หรือเขียนบันทึก
2. อย่าวิตกกังวลกับการควบคุมอาหาร
เธอกล่าวว่า “การกินเพื่อสุขภาพไม่ได้หมายความว่าต้องเลิกดื่มไวน์แดงและเลิกกินเค้กช็อกโกแลต” สิ่งสำคัญคือความพอดี ควรกินโปรตีนไขมันต่ำ ไขมันดี คาร์โบไฮเดรตคุณภาพดี และใยอาหารให้สมดุลโดยไม่จำกัดมากเกินไป
3. รับแคลเซียมอย่างเหมาะสม
“แคลเซียมมากเกินไปอาจทำให้เกิดนิ่วในไตและอาจเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ” ดร. Dweck แนะนำประมาณ 1,000 มก. ต่อวันสำหรับผู้หญิงอายุต่ำกว่า 50 และ 1,200 มก. สำหรับผู้หญิงอายุมากกว่า 50 โดยควรได้รับจากอาหาร เช่น นม ปลาแซลมอน และอัลมอนด์
4. การออกกำลังกายไม่ควรมีเฉพาะคาร์ดิโอ
“วิ่งอย่างเดียวไม่เพียงพอ” เธอแนะนำให้ออกกำลังกายสัปดาห์ละสามถึงห้าครั้ง โดยผสมผสานคาร์ดิโอกับการฝึกแรงต้าน เช่น ยกน้ำหนักและสควอต วิธีนี้อาจช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน โรคหัวใจ เบาหวาน และมะเร็งบางชนิด พร้อมส่งเสริมความมั่นใจและสุขภาพจิต
5. คำนึงถึงภาวะเจริญพันธุ์ตั้งแต่เนิ่น ๆ
แม้ผู้หญิงจำนวนมากจะตั้งครรภ์ได้ในช่วงปลายวัย 30 หรือช่วงต้นวัย 40 แต่ภาวะเจริญพันธุ์เริ่มลดลงทีละน้อยเมื่ออายุประมาณ 32 หากวางแผนมีบุตร ควรปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ เกี่ยวกับทางเลือก เช่น การแช่แข็งไข่
6. เข้าใจประโยชน์อื่นของการคุมกำเนิด
ยาคุมกำเนิดมักถูกเข้าใจผิดและไม่ได้มีประโยชน์เพียงป้องกันการตั้งครรภ์ งานวิจัยพบว่าอาจลดความเสี่ยงมะเร็งมดลูกและมะเร็งรังไข่ รวมทั้งช่วยให้รอบเดือนสม่ำเสมอ
7. พบแพทย์ทุกปี
อย่าละเลยการตรวจทางนรีเวชประจำปีแม้ไม่มีอาการ ผู้หญิงอายุมากกว่า 21 ควรตรวจแปปสเมียร์ทุกสามปี ส่วนผู้หญิงอายุ 30–65 อาจตรวจแปปสเมียร์ร่วมกับ HPV ทุกห้าปี ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ควรตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอด้วย การตรวจประจำปีช่วยค้นหาความเสี่ยงได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
8. รักษาชีวิตทางเพศที่น่าพึงพอใจ
“เพศสัมพันธ์ไม่ควรให้ความรู้สึกเหมือนภาระ แต่ควรช่วยให้ผ่อนคลายและมีความสุข” เพศสัมพันธ์อาจลดความเครียดและความเสี่ยงโรคเรื้อรังได้หากเป็นประสบการณ์ที่น่าพึงพอใจ ควรปรึกษาแพทย์หากมีภาวะแห้ง เจ็บ หรือไม่สบายอื่น ๆ
9. ให้ความสำคัญกับการนอน
การตื่นมาแล้วยังเหนื่อยและมีสมาธิลำบากอาจหมายถึงนอนไม่เพียงพอ การอดนอนระยะยาวเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและปัญหาสุขภาพจิต ควรรักษาเวลานอนให้สม่ำเสมอและให้ความสำคัญกับคุณภาพการนอน
10. พิจารณาการตรวจพันธุกรรม
หากครอบครัวมีประวัติมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ หรือโรคเรื้อรังอื่น ๆ ควรพิจารณาการตรวจพันธุกรรม แพทย์สามารถใช้ผลตรวจเพื่อประเมินความเสี่ยงและวางมาตรการป้องกันได้เร็วขึ้น
แหล่งที่มา:
รวบรวมจากอินเทอร์เน็ต